นายกสัตวแพทยสมาคมแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ เข้าร่วมประชุมคณะกรรมการอำนวยการเตรียมความพร้อม ป้องกัน และแก้ไขปัญหาโรคติดต่ออุบัติใหม่แห่งชาติ ครั้งที่ 2/2563 (สถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุใหม่2019)

นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ นายกสัตวแพทยสมาคมแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ เข้าร่วมประชุมคณะกรรมการอำนวยการเตรียมความพร้อม ป้องกัน และแก้ไขปัญหาโรคติดต่ออุบัติใหม่แห่งชาติ ครั้งที่ 2/2563 โดยการประชุมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อติดตามสถานการณ์ และเตรียมความพร้อมในการป้องกัน ควบคุม และแก้ไขสถานการณ์การระบาดของโรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสโคโรนา สายพันธุ์ใหม่ 2019 เมื่อวันจันทร์ที่ 3 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา 14.30 น. ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล
      พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นประธานประชุมคณะกรรมการอำนวยการการเตรียมความพร้อมป้องกันและแก้ไขปัญหาโรคติดต่อแห่งชาติพร้อมด้วยนายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ และน.สพ.สมชวน รัตนมังคลานนท์น.สพ.ชัยวัฒน์ โยธาคลรองอธิบดีกรมปศุสัตว์เข้าร่วมประชุมในครั้งนี้
      สืบเนื่องจากมีการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ในประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน สถานการณ์ปัจจุบันพบผู้ป่วยโรคนี้เพิ่มมากขึ้น และพบการติดต่อจากคนสู่คนในประเทศไทย 1 ราย ประเทศไทยมีการเตรียมความพร้อมและดำเนินการในการป้องกัน ควบคุมและแก้ไขสถานการณ์โรคโรคติดต่ออุบัติใหม่ให้มีประสิทธิภาพจึงได้มีคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 23/2563 เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการอำนวยการเตรียมความ ป้องกัน และแก้ไขปัญหาโรคติดต่ออุบัติใหม่แห่งชาติ ลงวันที่ 28 มกราคม 2563 มีรองนายกรัฐมนตรีที่ได้รับมอบหมายเป็นประธาน และอธิบดีกรมปศุสัตว์ เป็นกรรมการและเลขานุการร่วมในคณะกรรมการอำนวยการเตรียมความ ป้องกัน และแก้ไขปัญหาโรคติดต่ออุบัติใหม่แห่งชาติ นั้น
      วัตถุประสงค์ของการประชุม ดังนี้ เพื่อติดตามสถานการณ์ และให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและเตรียมความพร้อมในการเฝ้าระวังป้องกันควบคุม และแก้ไขสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุใหม่2019กระทรวงสาธารณสุข การระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019เริ่มขึ้นในประเทศจีน กำลังแพร่ขยายไปยังประเทศต่างๆ ในทุกภูมิภาคของโลก และมีแนวโน้มที่แต่ละประเทศจะเกิดการระบาดภายในประเทศในระยะ 1เดือนที่ผ่านมา ประเทศไทยสามารถสกัดกั้นการแพร่เชื้อจากผู้เดินทางมาจากประเทศจีน (สถานการณ์ระยะที่ 1) ได้นานพอสมควรโดยศักยภาพของระบบเฝ้าระวังและควบคุมโรคของประเทศ อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ในประเทศไทยกำลังเปลี่ยนเข้าสู่ระยะที่เริ่มการติดต่อภายในประเทศ (ระยะที่ 2) เช่นเดียวกับในอีกหลายประเทศจึงจำเป็นต้องระดมความร่วมมืออย่างเข้มแข็งจากทุกภาคส่วน ด้วยความเข้าใจและไม่ตื่นตระหนกของประชาชน เพื่อป้องกันควบคุมการระบาดไม่ให้ลุกลามไปทั่วประเทศ (ระยะที่ 3) สามารถดูแลสุขภาพประชาชนลดผลกระทบทางเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคงของประเทศ ได้ดีที่สุด บูรณาการมาตรการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019ทุกหน่วยงาน ภาครัฐเอกชน และประชาสังคม
ทั้งนี้กรมปศุสัตว์ได้มีการเฝ้าระวังโรคที่มีค้างคาวเป็นพาหะในปศุสัตว์อย่างต่อเนื่อง ให้ความรู้เกี่ยวกับโรคที่มีค้างคาวเป็นพาหะ ให้คำแนะนำแก่เกษตรกรให้มีการปรับปรุงฟาร์ม พัฒนาศักยภาพห้องปฏิบัติการตรวจวิเคราะห์ตัวอย่าง และจัดทำแผนการเตรียมความพร้อมรับมือโรคที่มีค้างคาวเป็นพาหะในปศุสัตว์ เพิ่มเข้าไปกับแผนรับมือโรคไข้สมองอักเสบนิปาห์ที่มีอยู่เดิม เพื่อร่วมเฝ้าระวังและป้องกันโรคติดต่ออุบัติใหม่แห่งชาติต่อไป
      ณ ศูนย์ปฎิบัติการไทยคู่ฟ้า ตึกบัญชาการ ทำเนียบรัฐบาล